ข่าวฟุตบอล เด็กฝึกลามาเซีย,ปริญญาการตลาดและเจ้าพ่อแฟชั่น! เอ็คตอร์ เบเยริน

มิเกลอาร์เตต้าผู้จัดการทีม ปืนใหญ่อาร์เซน่อลที่ปัจจุบันกุมบังเหียนของทัพเดอะกันเนอร์อยู่

ย้อนอดีตไปครั้งสมัยเป็นนักเตะเค้าเคยถูกเปลี่ยนตัวออกช่วงก่อนหมดเวลาก่อนเป็น “เอ็คตอร์ เบเยริน” ได้ลงไปรับหน้าที่แทนใรเกมคาราบาวคัพเด็กหนุ่มที่ได้รับโอกาส ถูกเปลี่ยนตัวลงไปแทนที่อาร์เตต้าในค่ำคืนนั้นมีนามว่า “เบเยริน” แข้งที่ในเวลานั้นน้อยคนจะรู้จักหรือเคยเห็นหน้าค่าตามาก่อน

“เอ็คตอร์ เบเยริน”

เบเยรินลืมตาดูโลกที่ กาเลญ่า เมืองทางแทบชายฝั่งห่างจากบาร์เซโลน่าราวๆ 50 กิโลเมตร เติบโตมาด้วยการที่มีทั้งพ่อและแม่เป็นบทบาทสำคัญในเส้นทางของชีวิต เริ่มตั้งแต่สมัยตัวกระเปี๊ยก ที่คุณพ่อมักจะพาไปสนามฟุตบอลใกล้ๆโรงเรียนในช่วงสุดสัปดาห์ ขณะที่แม่ของเบเยรินก็มีอิทธิพลต่อตัวเขาไม่น้อย เมื่อเธอเป็นผู้จุดไฟในความสนใจและความหลงใหลใน”แฟชั่น”ให้กับเขา แต่อย่างที่รู้ ในวัยเด็กที่อยากจะเล่นสนุก คงไม่มีเด็กน้อยคนไหนหมกหมุ่นอยุ่กับแฟชั่นหรือการแต่งตัวแน่ๆ ฟุตบอลย่อมมาก่อนสิ่งอื่นเสมอ ซึ่งไม่ต่างอะไรกับตัวเขาในปัจจุบัน ย้อนไปเมื่อปี 2003 เบเยรินในวัย 8 ขวบก้าวเท้าเข้าสู่รั้วของบาร์เซโลน่า เพื่อฝึกฝนฝีเท้าในอะคาเดมี่เบอร์ต้นๆของโลกอย่างลามาเซีย

ที่นี่คือที่ทีเบเยรินได้ซีมซับศาสตร์ของฟุตบอลชั้นสูง เขาถือเป็นเด็กที่โชคดีที่ได้มาเรียนรู้และรับประสบการณ์จากลามาเซียในเวลานั้น แต่แล้วจุดหักเหก็มาเกิดขึ้นในตอนอายุ 16 เมื่อเขาบอกกับบาร์เซโลน่าไปตรงๆว่าไม่ต้องการเซ็นสัญญากับสโมสร

เบเยรินรู้สึกไม่มีความสุขกับชีวิตในกาตาลันอีกต่อไปแล้ว แถมตั้งแต่แจ้งความจำนงไป สโมสรก็ตัดโอกาสทันที เจ้าตัวถูกดองยาว ไม่ถูกส่งลงสนามในเกมเยาวชนอีกเลยนับตแต่ตอนนั้น จนกระทั่งมีความสนใจจากอาร์เซน่อลเข้ามาเมื่อปี 2011 ที่เข้ามาได้แบบถูกที่ถูกเวลา ซึ่งหลังจากได้ไปเยี่ยมชมสนามซ้อมและพูดคุยกับอาร์แซน เวงเกอร์แล้ว การที่ดีลที่เป็นลายลักษณ์อักษรจะตามมาก็คงไม่ใช่เรื่องแปลก

เบเยริน

การที่เด็กวัย 16 ปีจะตัดสินใจย้ายถิ่นฐานออกไปผจญภัยด้วยตัวคนเดียวในต่างแดน ย่อมไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ หลายคนอาจจะกลัวทั้งในเรื่องภาษาและความเป็นอยู่ เทียบง่ายๆกับบ้านเราก็เด็กมอ.4 จะออกไปเล่นฟุตบอลในประเทศที่ไม่คุ้นเคย ภาษาก็พูดไม่ได้

แต่เบเยรินกลับต่างออกไปจากเด็กส่วนใหญ่ในสเปน ที่เลือกปักหลักพัฒนาฝีเท้าในวัฒนธรรมที่คุ้นเคยในประเทศตัวเอง เพราะต้องยอมรับว่าการตัดสินใจของเบเยรินนั้นมีความเสี่ยงสูงมาก วุฒิภาวะเขายังน้อย การเลือกอยู่ที่สเปนคงจะช่วยให้เขาพัฒนาฝีเท้าอย่างอุ่นใจกว่า แต่เปล่าเลย เบเยรินทลายเซฟโซนที่หุ้มตัวเขา พาตัวเองบินออกจากบาร์เซโลน่าเพื่อย้ายซบอาร์เซน่อลด้วยความหวังที่จะประสบความสำเร็จ เริ่มแรกเขาได้เข้าไปอยู่กับครอบครัวชาวอังกฤษครอบครัวหนึ่ง ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านหลังนั้นสองปีเพื่อปรับตัวให้เขากับวัฒนธรรมความเป็นอยู่และเรียนรู้ภาษาใหม่ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตนับจากนี้

การปรับตัวคือสิ่งที่เขาต้องใช้เวลากับมันมากเสียหน่อยในช่วงปีแรก แม้กระทั่งในสนามก็ตาม เบเยรินโตมาจากการเล่นตำแหน่งปีก แต่ถูกอาร์แซน เวงเกอร์จับถอยลงไปเล่นในแผงแนวรับ ที่มีสตีฟ โบลด์คอยคุมเข้มซ้อมแบบตัว-ต่อ-ตัว เพื่ออัดศาสตร์เกมรับเข้าไปให้เบเยรินให้ได้มากที่สุด และยังโชคดีที่ได้แข้งรุ่นพี่อย่าง โธมัส โรซิคกี้ คอยดูแลช่วยเหลือด้วยอีกแรง

จนมาถึงช่วงต้นเดือนมีนาคมปี 2012 แข้งจากแดนกระทิงถูกส่งลงประเดิมสนามในลีกสำรอง ก่อนทำประตูได้เลยทันทีในเกมบดเชลซี 2-0 เบเยรินใช้เวลาไม่นานในการหว่านเสน่ห์ให้ทุกสายตาจับจ้องมาที่ความสามารถของเขา โดยเฉพาะกับความเร็วที่โดดเด่นเหนือใคร

ดาวรุ่งดีกรีอะคาเดมี่ลามาเซียยังคงพัฒนาฝีเท้าตัวเองเรื่อยมา ซีซั่น 2012/2013 ลงเล่นในลีกสำรองที่เปลี่ยนชื่อเป็น พรีเมียร์ลีก 2 มีโอกาสโผล่ขึ้นไปนั่งเป็นตัวสำรองที่ไม่ได้ใช้งานกับทีมชุดใหญ่ในเกมลีกคัพกับโคเวนทรีและเรดดิ้ง จนกระทั่งปีถัดมาในรายการเดียวกัน โอกาสประเดิมสนามในสีเสื้อเดอะ กันเนอร์สอย่างเต็มตัวของเขาก็มาถึง เมื่อถูกอาร์แซน เวงเกอร์เรียกให้ลุกจากม้านั่งสำรองเพื่อลงไปสัมผัสเกมในช่วงต่อเวลาพิเศษกับเวสต์บรอม

อาจจะไม่เสมอไป แต่ส่วนใหญ่แล้ว ผู้เล่นดาวรุ่งจะเติบโตไวแบบก้าวกระโดด หากพวกเขาได้ขยับจากการเล่นในทีมชุดเยาวชนหรือชุดสำรอง มาสัมผัสเกมของทีมชุดใหญ่ เช่นเดียวกันกับเบเยรินที่กำลังจะได้โอกาสลงเล่นฟุตบอลอาชีพแบบเต็มตัวเป็นครั้งแรก แต่มันกลับไม่ใช่ที่อาร์เซน่อล..

เบเยรินตอบตกลงย้ายร่วม”ทัพแตนอาละวาด” วัตฟอร์ดด้วยสัญญายืมตัวระยะสั้นสองเดือนเมื่อปี 2013 ออกสตาร์ทในตำแหน่งวิงแบ็คขวา แต่ดูเหมือนโชคชะตาจะท้าทายใจเขาตั้งแต่วันแรกหนักไปหน่อย เมื่อเดอะ ฮอร์เน็ตส์ หรือเจ้าแตนของเราถูก เยโอวิล ทาวน์ ทีมจมบ๊วยท้ายตารางถล่มคาบ้านไป 3-0 แบบสุดช็อก

แม้จะออกสตาร์ทดั่งฝันร้าย แต่ในที่สุดเบเยรินก็สามารถสร้างความประทับใจในถิ่นวิคาเรจ โร้ดได้เหมือนกัน โดยเฉพาะในเกมเสมอลีดส์ ยูไนเต็ด 3-3 ที่เจ้าตัวพกความมั่นใจมาเต็มกระเป๋า โชว์ผลงานเด่นมีส่วนช่วยขึ้นเกมจากจังหวะสวนกลับ เปิดทางให้คริสเตียน บัตต็อคคิโอได้จบสกอร์อย่างสวยงาม วัตฟอร์ดถูกอกถูกใจในแข้งหน้าหล่อรายนี้เป็นอย่างมาก ถึงขั้นแจ้งขออาร์เซน่อลยืดสัญญาออกไปจนกว่าจะจบซีซั่น 2013/2014 แต่เป็นไอ้ปืนใหญ่ที่สวมบทใจไม้ไส้ระกำ ขอไม่เอาด้วย ช่วงเวลาที่เหลือเบเยรินเสียตำแหน่งของตัวเองที่วัตฟอร์ดให้กับดาวิเด้ ฟาราโอนี่ อดีตแข้งดาวรุ่งจากอินเตอร์ มิลาน ก่อนที่อาร์เซน่อลจะได้ตัวเบเยรินกลับมา พร้อมใส่ชื่อเขาลงบนม้านั่งสำรองในเกมพรีเมียร์ทั้งหมด 4 นัดด้วยกันในฤดูกาลดังกล่าว

แต่แล้วสิ่งที่การันตีความคิดของเบเยรินว่าเส้นทางของเขาในลอนดอนเหนือจะต้องเต็มไปด้วยขวากหนาม คือวันที่ 14 กรกฏาคม ปี 2014 ที่อาร์เซน่อลเปิดตัว มาติเยอร์ เดบุชชี่จากนิวคาสเซิ่ล เพื่อแทนที่สตาร์ตัวเดิมอย่างบาการี่ ซานญ่าที่โบกมือลาสโมสรไป ปกติก็ยากลำบากอยู่แล้ว นี่ยังซื้อแบ็คขวาตัวใหม่เข้ามาแทนอีก

แน่นอนฟูลแบ็คชาวฝรั่งเศสจะต้องได้ลงประจำเป็นตัวจริงดั่งที่เวงเกอร์ปราถนาไว้ตอนดึงตัวเข้ามา ทว่ายังไม่ถึงไหน ในเกมลีกนัดที่ 4 ที่อาร์เซน่อลเปิดเสมอเจ๊าแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-2 เดบุชชี่ดันมีอาการบาดเจ็บข้อเท้าขึ้นมา แต่โอกาสยังไม่ใช่ของเบเยริน เมื่อเขายังมีกองหลังตัวใหม่ที่เพิ่งซื้อเข้ามาเมื่อช่วงซัมเมอร์อย่าง คาลัม แชมเบอร์สเป็นตัวเลือกก่อนหน้าอยู่อีกคน ก่อนที่แชมเบอร์สที่มีนิสัยเล่นบอลพลี่พล่ามจะโดนแบน จากการสะสมใบเหลืองครบ 5 ใบหลังลงเล่นไปเพียง 7 นัดเท่านั้น

เวงเกอร์ไม่เหลือแบ็คขวาให้ใช้งานแล้ว นั่นคือความคิดของแฟนบอลส่วนใหญ่ในตอนนั้น เพราะอย่าลืมว่าสาวกก็ยังไม่เคยเห็นเขาลงเล่นเป็นแบ็คขวาจริงๆจังๆสักที ตอนซื้อมาก็บอกว่าเป็นปีก แถมตอนเปลี่ยนตัวลงในลีกคัพเมื่อปีก่อน ก็ลงไปแทนอาร์เตต้าที่เป็นกองกลาง เรียกว่าบางคนอาจจะคุ้นว่าเขาเคยมานั่งที่ม้านั่งสำรองในเกมลีกอยู่บ้าง แต่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าไอ้หนุ่มเนี่ยมันเล่นตำแหน่งอะไร?

โอกาสประเดิมสนามเป็นตัวจริงของเบเยรินเริ่มต้นอย่างผิดคาดจากที่หวัง ไม่ต่างอะไรกับตอนไปวัตฟอร์ด เมื่อาร์เซน่อลเกือบจะเอาตัวไม่รอด เฉียดโดนฮัลล์ ซิตี้สอยคารัง โชคดีที่ได้แดนนี่ เวลเบ็คมาเซฟชีวิตยิงตีเสมอได้ทันในนาทีสุดท้าย

ถึงตอนนี้อาร์เซน่อลได้แชมเบอร์สกลับมาจากโทษแบนแล้ว กว่าเบเยรินจะได้มีชื่อเป็น 11 ตัวจริงอีกครั้งก็ต้องรออีกกว่า 2 เดือนในเกมกับสโต๊ค ซิตี้ แต่เหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด เกมนี้มันแย่ยิ่งกว่าเกมไหนเมื่ออาร์เซน่อลถูกเจ้าบ้านทิ้งห่างตั้งแต่หัววันถึง 3-0 พร้อมกับความผิดหวังของเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่โดนเปลี่ยนตัวออกตั้งแต่ครึ่งแรก ทั้งๆที่เฝ้ารอโอกาสได้เล่นแบบนี้มาอย่างใจจดใจจ่อ

อย่างไรก็ดี ฟ้าหลังฝนย่อมงดงามเสมอ เกมกับสโต๊คซิตี้ไม่ต่างอะไรกับฝันร้าย จนกระทั่งเมื่อเดือนมกราคมปี 2015 ที่ตัวเขาได้กลับมาลบความทรงจำที่บาดลึกของตัวเอง ซึ่งบังเอิญเหลือเกินว่าเป็นเกมกับสโต๊ค ซิตี้อีกแล้ว เดบุชชี่ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณหัวไหล่ และเป็นเบเยรินที่ถูกเวงเกอร์ส่งลงไปเล่นทน ครั้งนี้เขาลงไปวาดลวดลายไปอย่างน่าทึ่งในเกมที่ขุนพลปืนใหญ่ถล่มช่างปั้นหม้อ 3-0 ยึดตำแหน่งแบ็คขวาตัวจริงอย่างเหนี่ยวแน่นไม่มีหลุดตลอด 17 เกมที่เหลือในลีก ในที่สุดเบเยรินก็แจ้งเกิดกับเขาเสียที!

ตลอดช่วงที่ได้ลงเล่นอย่างสม่ำเสมอ แข้งชาวสเปนซัดไปสองประตู จากลูกยิงระยะ 30 หลาในเกมอัดแอสตัน วิลล่าไม่เหลือซาก 5-0 ตามมาด้วยการปั่นด้วยซ้ายเป็นประตูเปิดหัวในเกมที่อาร์เซน่อลถล่มลิเวอร์พูล 4-1

ถึงตอนนี้ชื่อของเบเยรินหมัดใจสาวกกันเนอร์สอย่างอยู่หมัด โดยเฉพาะสาวเล็กสาวใหญ่ที่พากันกรี๊ดสตาร์ดวงใหม่แห่งเอมิเรตส์ สเตเดียมรายนี้กันแบบไม่หวั่นไม่ไหว ถือว่าเป็นช่วงกราฟขาขึ้นสุดๆสำหรับเบเยริน มีโอกาสลงเล่นเต็ม 90 นาทีเต็มในเกมเอฟเอ คัพรอบชิงชนะเลิศกับแอสตัน วิลล่า พร้อมยกโทรฟี่แรกนับตั้งแต่ย้ายมาลอนดอน ต่อด้วยการกลับมาเวมบลี่ย์อีกครั้งก่อนออกสตาร์ทซีซั่น 2015/2016 ช่วยทีมเก็บชัยชนะเหนือเจ้าของแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่างเชลซี ปาดหน้าคว้าโล่ห์คอมมิวนิตี้ ชิลด์ไปครองอย่างสวยงาม

เวงเกอร์มีแบ็คขวาประจำการแบบหายห่วงเรียบร้อยแล้ว และถือว่าเป็นอาร์เซน่อลที่มาดีมากในฤดูกาล 2015/2016 เมื่อพวกเขาคว้าอันดับรองแชมป์พรีเมียร์ลีก เมื่อต้องสยบให้เทพนิยายเลสเตอร์ ทั้งๆที่พวกเขาสามารถสามารถเอาชนะจิ้งจอกสยามได้แบบไปกลับด้วยซ้ำ

เบเยรินมีชื่อติดในทีมยอดเยี่ยมประจำปีของพีเอฟเอ ท่ามกลางข่าวที่แฟนๆไม่อยากได้ยินอย่างการที่เขาตกเป็นเป้าหมายของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และบาร์เซโลน่า โดยเฉพาะในรายหลังที่เป็นแฟนคลับตัวยงของค่ายปืนใหญ่ ฉกสตาร์ในอดีตไปแล้วนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็น เธียร์รี่ อองรี เชสก์ ฟาเบรกาส, อเล็กซานเดอร์ เคล็บ,อเล็กซ์ ซง และโธมัส แฟร์มาเล่น ความสนใจจากเจ้าบุญทุ่มสร้างความหวั่นกลัวได้ไม่น้อยเลย เพราะไม่มีแฟนปืนใหญ่คนไหนหรอกที่ต้องการเห็นประวัติศาสตร์ซ้ำรอยกับตอนที่บาร์เซโลน่ามาจอดยูเอฟโอ ดูดอดีตเด็กลามาเซียของพวกเขาอย่างเชสก์ ฟาเบรกาส กลับขึ้นยานแม่ไป

ด้วยความที่ชีวิตกำลังไปได้ดี มีความสุขภายใต้เสื้อสีแดงของอาร์เซน่อล เบเยรินแสดงความรัก รวมถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อต้นสังกัดด้วยการจรดปากกาเซ็นสัญญาฉบับใหม่ 6 ปีครึ่งในรั้วเอมิเรตส์ สยบข่าวกังวลใจและขยายความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับแฟนบอลให้มากขึ้นไปอีกเป็นเท่าตัว

สิ่งนี้หลายคนอาจยังไม่รู้ นอกจากจะมีร่ำรวยเงินทองเหลือล้นจนใช้ไม่หมด หน้าตาก็เข้าขั้นโคตรหล่อ เบเยรินมีนิสัยชอบเรียนหนังสือและหาความรู้ใส่ตัวอยู่เสมอ ครั้งหนึ่งเจ้าตัวเคยให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร The Times ว่ากำลังลงเรียนคอร์สออนไลน์ในหลักสูตรของมหาวิทยาลัยฟิลาเดลเฟียเพื่อสะสมประสบการณ์และเพิ่มพูนปัญญาควบคู่ไปกับการเล่นฟุตบอล จนสามารถรับปริญญาตรีมาครองได้สมใจ

เจ้าพ่อแฟชั่น! เอ็คตอร์ เบเยริน

“ผมมีเวลาว่างหลายชั่วโมง และผมชอบที่จะให้สมองทำงานอยู่เสมอ ผมอ่านหนังสือเยอะ เมื่อถึงเวลาที่คุณเลิกเล่นฟุตบอลไป คุณจะพบว่าตัวเองยังเหลือเวลากว่าอีกครึ่งชีวิตให้ใช้ ผมจึงต้องการทำให้แน่ใจว่าผมพร้อมสำหรับทำสิ่งต่อไปเสมอ” เบเยริน กล่าว

แน่นอนนักฟุตบอลในวัย 21 ปีส่วนใหญ่ ก็ซ้อมบอล,ลงเล่น นับเงินในบัญชีอย่างสบายใจ ไม่มีใครมานั่งอ่านหนังสือพร้อมจดสมุด หรือทำข้อสอบในสาขาการตลาดแบบเขาแน่ วิสัยทัศน์ที่กว้างไกลคืออีกหนึ่งบุคลิกภาพและความเป็นตัวตนที่ทำให้ “เอ็คตอร์ เบเยริน” ไม่เหมือนใครอื่น

นอกจากนี้เขายังเป็นที่รู้จักดีในฐานะชายที่รักและคอยปกป้องสิ่งแวดล้อม เคยเอารถเบนซ์สุดหรูของตัวเองไปเทรดเป็นรถที่ใช้พลังงานไฟฟ้าเพื่อช่วยลดโลกร้อน อีกทั้งยังเปลี่ยนมาเป็นมังสวิรัติอย่างเต็มตัวเมื่อปี 2016 ด้วยความเชื่อจากเจ้าตัวว่าจะสามารถช่วยโลกทางอ้อมและ ฟื้นฟูร่างกายได้ถึงขีดสุด จนเลือกยึดถือมันอย่างเหนียวแน่นจนทุกวันนี้

“ผมเคยทานมังสวิรัติมาบ้าง แต่ก็ไม่ได้ตลอดเวลาเหมือนในตอนนี้ ผมได้รับคำแนะนำที่ดีจากนักโภชนการเกี่ยวกับสุขภาพที่ดีควรเริ่มจากภายใน เกี่ยวกับการทานอาหารจำพวกมังสวิรัติ เพราะมันมีผลต่อร่างกายอย่างชัดเจนมาก ตอนเริ่มต้นผมต้องใช้เวลาสองสามสัปดาห์ทำการดีท็อก เพื่อชะล้างสิ่งที่เป็นพิษต่างๆในร่างกายออกไป มันดีมากเลยนะ เพราะหลังจากนั้นมันทำให้ร่างกายดูสดชื่นขึ้นและกระปรี้กระเปร่ามากขึ้นจนถึงวันนี้ผมได้ทำมันมานานกว่าหกเดือนแล้ว”

“ปัญหาของผมคือการบาดเจ็บเรื่อรังเกี่ยวกับข้อเท้า

มันสำคัญมาก เพราะผมต้องใช้ความเร็วและการปะทะบ่อยมาก นั่นคือสิ่งที่ผมอยากจะให้มันดีขึ้นกว่าเดิม”

“ไม่เพียงทำให้เกิดความแตกต่างในร่างกายของคุณ

แต่ผมเชื่อสิ่งที่เรากำลังทำ มันเท่ากับว่าเรากำลังช่วยโลกใบนี้แบบอ้อมๆอยู่”

“การช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม รวมถึงการยุติการทารุณต่อสัตว์ คือสิ่งที่ผมให้ความสนใจไม่ต่างจากสุขภาพของตัวเอง การได้รู้ว่าตัวเองกำลังทำในสิ่งที่ถูกต้อง ทำให้ผมมีความสุขมากที่ได้เป็นมังสวิรัติ “

กลับมาที่เรื่องในสนาม หากพูดถึงชื่อเบเยริน ทุกคนจะต้องพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “สปีด” แฟนบอลที่ดูบอลมานานจะคุ้นเคยกับชื่อของธีโอ วัลค็อตต์ว่าเป็นสายวิ่งอย่างแท้จริง จนถูกยกให้เป็นเบอร์หนึ่งของอาร์เซน่อลหรือกระทั่งของพรีเมียร์ลีกด้วยซ้ำในด้านความเร็ว จนกระทั่งเจ้าหนูเบเยรินมาแจ้งเกิด จุดเด่นของเขาคือการวิ่ง หากวัดจากหน่วยงานทางด้านสถิติ จะบ่งชี้ชัดเจนว่าจ้าวแห่งความเร็วคนเก่าได้ถูกโค่นลงแล้ว

นิสัยส่วนตัวเบเยรินเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่เคยทะนงตัวว่าตัวเองเก่ง มักปรับปรุง และทำงานหนักเพื่อแก้ไขในส่วนที่ตัวเองบกพร่องอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความแข็งแกร่งหรือสภาพร่างกาย

“ผมจะทำงานหนักอยู่ในเงามืดที่คุณมองไม่เห็น เพื่อให้มันไปออกผลยามอยู่ในสนาม”

เรื่องงานการกุศลก็เป็นสิ่งที่ตัวเขาเองไม่เคยทิ้ง เมื่อครั้งหนึ่งเบเยรินเคยยื่นมือบริจาคเงิน 50 ปอนด์ต่อทุกๆนาทีที่เขาได้ลงเล่นในศึกยูโร U-21 เพื่อช่วยเหลือผู้เดือดร้อนจากเหตุเพลิงไหม้อาคารเกรนเฟลล์ ทาวเวอร์ ในกรุงลอนดอน โดยทัวร์นาเม้นดังกล่าว ทีมชาติสเปนสามารถทะลุเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ แม้จะพ่ายแพ้ต่อเยอรมัน แต่เบเยรินก็สามารถรวมเงินบริจาคได้มากถึง 19,000 ปอนด์เพื่อมอบให้กับมูลนิธิสภากาชาดของประเทศอังกฤษ

การช่วยเหลือต่อเหตุการณ์อันน่าสลดใจที่มีผู้เสียชีวิตมากถึง 71 คนนี้ได้รับความสนใจจากวงกว้าง แกรี่ ลินิเกอร์ อดีตแข้งไก่เดือยทองคือหนึ่งในผู้บริจาครวมไปถึงราฮีม สเตอร์ลิ่งเอง ที่เติบโตขึ้นมาในระแวกนั้นก็ได้แสดงความเสียใจพร้อมยื่นมือมอบเงินช่วยเหลือด้วยเช่นกัน

แต่อย่างว่า ความดีเขาไม่ค่อยพูดถึงกันนานหรอก เช่นเดียวกับสเตอร์ลิ่งที่มักถูกสายตาจากสื่อจับผิดอยู่เสมอ เบเยรินก็เป็นอีกคนที่ไม่หนีพ้นคำวิจารณ์ต่างๆนาๆในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเช่นกัน

ว่าแต่..มันเรื่องอะไรกันล่ะ? เอาจริงๆถ้าสื่อจะเลือกโจมตีใคร ถึงคนนั้นไม่ผิด มันก็ลากให้ผิดได้ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะคำว่าอำนาจของสื่อที่พวกเขาถืออยู่ไงล่ะ หลักๆเลยเบเยรินเคยถูกวิจารณ์อย่างหนัก ในตอนที่เขาไปร่วมงาน ลอนดอน แฟชั่น วีค ด้วยชุดนอนพร้อมรองเท้าแตะคู่ละ 650 ปอนด์ ด้วยเหตุผลไร้สาระจากสื่อเจ้าดังของอังกฤษที่มองว่าเบเยรินนั้นทำตัวเรียกร้องความสนใจ

ความรักในแฟชั่นของเบเยรินถูกส่งต่อผ่านสายเลือดของเขามาตั้งแต่เกิด ด้วยความที่ทั้งคุณแม่และคุณยายเป็นเจ้าของร้านตัดเสื้อ เขาเติบโตมากับการตัดเย็บเสื้อผ้ามาตลอดทั้งชีวิต ตั้งแต่ยังเล็กเบเยรินจะใส่เสื้อผ้าที่โดดเด่นกว่าเด็กคนอื่นๆเสมอเพราะความพิถีพิถันในเรื่องชุดที่แม่เลือก ซึ่งเป็นอะไรที่เขาเคยชินและไม่เคยเคอะเขินที่จะต้องสวมใส่อะไรก็ตามที่สะดุดตาชาวบ้าน เขากลับรู้สึกว่าความรักในแฟชั่นนี้ยิ่งทำให้เขาได้ใกล้ชิดกับครอบครัวมากขึ้น

“ผมโตมาในครอบครัวที่มีแฟชั่นอยู่ในสายเลือด คุณตากับคุณยายเปิดร้านเล็กๆเกี่ยวกับของแฟชั่นต่างๆ ซึ่งพวกเขาตอนนั้นก็ออกแบบเสื้อผ้าใส่เอง ต่อมาก็ยุคของแม่ผม แฟชั่นและเสื้อผ้าคือสิ่งที่แม่ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก จากนั้นแม่ก็ทำงานในบริษัทชุดว่ายน้ำอยู่หลายปีด้วยกัน และแม่ก็ชอบดัดแปลงมันให้เป็นชุดของผม จะเป็นคนที่แต่งตัวต่างจากคนอื่นตั้งแต่เด็ก เพราะนั่นคือสิ่งที่แม่และยายทำ พวกเขาอยากให้ผมแต่งตัวดีๆ เวลาต้องออกไปตามที่ต่างๆ และนั่นคือสิ่งที่ติดตัวผมมาถึงตอนโต ตอนนี้ผมมีโอกาสที่จะมีอิสระ ถ่ายทอดความเป็นตัวเอง และบางครั้งมันยังเป็นการจุดประกายให้ผู้คนรอบๆตัวอีกด้วย คุณไม่จำเป็นต้องแต่งเหมือนคนอื่นนิ คุณต้องแต่งในแบบที่คุณชอบสิ ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ดีที่คนเห็นผมไม่ใช่แค่ในมุมของนักฟุตบอลเท่านั้น แต่อีกมุมคือคนที่มีรสนิยมในแฟชั่นด้วย”  เบเยริน กล่าว

ในช่วงหลัง สตาร์ปืนใหญ่รายนี้ได้มีโอกาสร่วมงานบนแคทวอร์คของ Louis Vuitton ในงานปารีส แฟชั่น วีค มาแล้ว รวมถึงลงบทสัมภาษณ์ในนิตยสารชื่อดังอย่าง Vogue อีกต่างหาก

เมื่อใดก็ตามที่คนเหล่านี้กำลังพูดในสิ่งที่พวกเขาไม่ได้รู้เบื้องลึกจริงๆ คุณก็แค่ปิดหูไม่ต้องฟัง ผมจะทำเแบบนี้ของผมต่อไป ไม่ว่าใครจะพูดยังไง เพราะนี่คือตัวตนของผม”

เมื่อปี 2018 เบเยรินกลายเป็นผู้เล่นพรีเมียร์ลีกคนแรกที่ได้ร่วมงาน อ็อกซ์ฟอร์ด ยูเนียน โซไซตี หรือสังคมสหภาพอ็อกซ์ฟอร์ด ที่เป็นสังคมในการเชิญเหล่าผู้คนที่มีชื่อเสียงมาโต้วาทีหรือบรรยายเรื่องต่างๆ ตามหัวข้อที่ตั้งไว้

ผมชอบมาก มันไม่เหมือนตอนที่คุณต้องให้สัมภาษณ์เรื่องฟุตบอลเพราะมันง่ายมากที่เราจะรักษาประเด็นไว้ แต่คำถามเหล่านั้นจากนักเรียนมันกว้างกว่าเยอะเลย”

เบเยรินถูกถามตอบในประเด็น เปรียบเทียบการใช้ชีวิตระหว่างบาร์เซโลน่าและอาร์เซน่อล , ความอิสระในกาตาลัน,ภาวะโรคซึมเศร้าและความสนใจในการย้ายไปจีนในอนาคต การพูดการจาของเขาทั้งน่าฟังและสง่าผ่าเผย เหมือนไม่ได้เอานักฟุตบอลมาพูดยังไงอย่างงั้นเลย

แต่นั่นไม่ได้หมายความว่ากิจกรรมทางสังคมทั้งการกุศล,แฟชั่นหรืออะไรก็แล้วแต่จะมาหักลบกับคุณภาพในสนามของเขา เบเยรินยังคงเป็นตัวละครสำคัญในรั้วเอมิเรตส์อยู่เสมอ ช่วงฤดูกาล 2017/18 เขาลงเล่นไปถึง 47 นัดให้อาร์เซน่อล ส่วนใหญ่จะประจำการเป็นวิงแบ็คในแผงหลัง 5 คน ช่วยทีมทะลุเข้าถึงรอบรองชนะเลิศยูโรป้า ลีก พร้อมกับลูกยิงตีเสมอเชลซีอย่างสุดสวยในนาทีสุดท้ายเมื่อเดือนมกราคมปี 2018 ที่แฟนบอลจำได้ขึ้นใจ

เอ็คตอร์ เบเยริน เจ้าพ่อแฟชั่น!

โชคร้ายเหลือเกินที่เจ้าตัวมาได้รับบาดเจ็บหนัก เอ็นร้อยหวายฉีกเมื่อช่วงต้นปี 2019 จนต้องพักษาตัวนานกว่า 1 ปีเต็ม ก่อนที่จะกลับมาได้แล้วแต่ก็ไม่วายโดนอาการบาดเจ็บแฮมสตริงรบกวนต่อเนื่องในฤดูกาลนี้

ปัจจุบันระหว่างเก็บตัวเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 เบเยรินได้ตัดสินใจเปลี่ยนลุคของตัวเองแบบไม่คุ้นตามาก่อน ด้วยการโกนหัวเป็นทรงสกินเฮด พร้อมถ่ายรูปอวดโฉมใหม่ลงบนอินสตาแกรม ท่ามกลางความสงสัยจากชาวเน็ตถึงการตัดผมที่เขารักนักหนาทิ้งจนเกลี้ยง

สิ่งที่แข้งรูปหล่อตอบกลับไป มีเพียงแค่รอยยิ้มเท่านั้น ช่างเป็นลักษณะนิสัยส่วนตัวประกอบกับความสามารถและความรักที่มีต่อสโมสร ที่ทำให้เขาเอาชนะใจสาวกปืนใหญ่ทั่วโลกได้เช่นนี้ ถึงขนาดที่ว่าแทบจะไม่มีแฟนบอลของอาร์เซน่อลคนไหนเลยที่จะไม่ชอบหรือเกลียดเบเยริน

ปัจจุบันในวัยเพียง 25 ปี อนาคตจะพาเบเยรินไปในทิศทางไหนต่อ? อันนี้ไม่มีใครอาจรู้ได้ แต่ที่เรามั่นใจได้ก็คือ ผู้ชายคนนี้จะเดินตามหาสิ่งใหม่ๆให้กับชีวิตตัวเองอยู่เสมอและจะไม่หยุดที่จะทำในสิ่งดีเพื่อตอบแทนโลกใบนี้อย่างแน่นอน…

เบเยรินในวยั 25 ปี