โตมาอย่างมีคุณภาพ

ไค ฮาแวร์ทซ์

11 มิถุนายนที่ผ่านมา ถือเป็นวันเกิดของ ไค ฮาแวร์ทซ์ เขาเพิ่งฉลองวันเกิดครบรอบ 21 ปี

แม้ทั่วโลกกำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ตึงเครียดมากมายจากการโดนไวรัสโควิด-19 คุกคาม แต่นี่คือช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมของเขาอย่างแท้จริง

มันยากมากๆที่แข้งดาวรุ่งสักคนจะรักษาผลงานในเลเวลสูงสุดไว้อย่างต่อเนื่อง

นับตั้งแต่ปี 2016 ฮาแวร์ทซ์ ลงเล่นนัดแรกให้ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น มาถึงปัจจุบันตัวเลขคือ 144 นัด 43 ประตูในทุกรายการ นี่คือสิ่งที่การันตีได้ถึงความสามารถร้ายกาจเกินวัย

เฉพาะในบุนเดสลีกา เขาลงเล่นเป็นตัวจริงเกือบ 100 นัดเข้าไปแล้ว ทุกอย่างรวดเร็วน่าเหลือเชื่อ สวนทางกับวัยที่น่าจะอยู่ในช่วงตั้งไข่มากกว่า

แม้ในยุคที่วงการลูกหนังเยอรมันอัดแน่นไปด้วยแข้งยังบลัดน่าสนใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เจดอน ซานโช่ , เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ , อัชราฟ ฮาคิมี่ หรือ อัลฟอนโซ่ เดวิส แต่ดูเหมือนว่า ฮาแวร์ทซ์ ถูกจับตามากกว่าใคร

นอกเหนือจากจำนวนประตูและแอสซิสต์เพิ่มอย่างต่อเนื่องแล้ว ทัศนคติที่ดีคือคุณสมบัติสำคัญช่วยขับให้เด่นชัดกว่าเดิม

มันไม่ง่ายนักที่เราจะได้เห็นแข้งดาวรุ่งสักคนมีวินัยไม่ขาดตกบกพร่อง ขยันฝึกซ้อมพร้อมเรียนรู้เพื่อพัฒนาตัวเองเสมอ แทบไม่หลงระเริงไปกับลาภยศเงินทอง

นิยามของ ฮาแวร์ทซ์ คือส่วนผสมระหว่างพรสวรรค์กับพรแสวงที่ได้สมดุลอย่างน่าอัศจรรย์

ด้วยความสูงถึง 190 เซนติเมตร เขาควรจะยึดตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กหรือกองหน้าตัวเป้า เพราะรูปร่างเกื้อหนุนให้

แต่กลายเป็นว่าพื้นที่เหมาะสุดคือหน้าต่ำหรือโยกไปเล่นทางริมเส้น ซึ่งแตกต่างไปจากปีกธรรมชาติ

โอซิล

สื่อหรือกูรูผู้เชี่ยวชาญไม่น้อยจับ ฮาแวร์ทซ์ ไปเปรียบกับ เมซุต โอซิล โดยวัดจากเทคนิคอันแพรวพราว สัมผัสบอลแรกยอดเยี่ยม รวมถึงคิลเลอร์พาสที่ได้ลุ้นประตูบ่อยๆ

อย่างไรก็ตามเขายังแข็งแกร่ง ขยันวิ่งพล่านทำงานหนักไม่หวั่นการปะทะคล้าย มิชาเอล บัลลัค อีกทั้งแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเด่นเหมือน โทนี่ โครส

นั่นหมายความว่า ฮาแวร์ทซ์ มีความครบเครื่องมากๆ ยิ่งหากเทียบกับวัย เราอาจบอกได้ว่าคือเจ้าหนูมหัศจรรย์

แต่การถูกสนับสนุนอย่างเต็มที่ก็สำคัญไม่แพ้กัน ตรงนี้เขาโชคดีกว่านักเตะอีกหลายคน จึงทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้นไปอีก

ทั้งปู่และพ่อของ ฮาแวร์ทซ์ เป็นนักฟุตบอลมาก่อน แม้จะในระดับสมัครเล่น มันก็เพียงพอที่จะส่งต่อทางสายเลือด

เขาได้สัมผัสลูกบอลตั้งแต่เดินเตาะแตะ พอโตเริ่มจำความได้ปู่หรือพ่อจะสลับกันพาไปหวดแถวสนามใกล้ๆบ้าน ห่างไปเพียงแค่ 100 เมตรเท่านั้น

พออายุได้ 4 ขวบ ฮาแวร์ทซ์ ถูกส่งไปยังอเลมานเนีย มาริดอร์ฟ สโมสรระดับสมัครเล่นท้องถิ่น ซึ่งปู่ของเขานั่งเก้าอี้ประธานใหญ่อยู่

เขาได้ประลองฝีเท้ากับพวกเด็กที่โตกว่ามาตลอด นั่นยิ่งช่วยให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ไม่นับโภชนาการอาหารต่างๆ การกินอยู่หลับนอนที่เป็นไปตามขั้นตอนเพื่อเติบโตเป็นแข้งอาชีพ ฮาแวร์ทซ์ ได้รับการดูแลประคบประหงมที่ดีมาตลอด

หน้าที่ของเขาไม่มีอะไรมากกว่าตั้งใจเรียนในห้องและหมั่นฝึกซ้อมกับโค้ชอย่างต่อเนื่อง พยายามไม่วอกแวกกับสิ่งเร้าอื่นมากนัก

ฮาแวร์ทซ์ อายุ 4 ขวบ

ความพิเศษกว่านั้นคือ ฮาแวร์ทซ์ ไม่ได้ถูกเคี่ยวเข็ญบังคับให้ต้องอยู่ในกรอบมากเกินไป มีชีวิตเหมือนเด็กปกติได้กินขนม ไอศครีม เล่นเกมส์ สนุกสนานกับเพื่อนฝูง

นอกจากนี้เขายังถูกปลูกฟังให้สนใจดนตรีตั้งแต่ยังเล็กๆ มีฝีมือสะดุ้งนิ้วเปียโนอันเก่งกาจแล้วไม่พอ ยังหลงใหลในเพลงบรรเลงและคลาสสิคทั้งหลาย

ดนตรีช่วยผ่อนคลายและละลายความเหนื่อยล้าอันหนักอึ้งได้ไม่ยาก รวมทั้งเสริมสมาธิให้ดีเยี่ยมอยู่เสมอ

เห็นได้ชัดเลยว่า ฮาแวร์ทซ์ โชคดีมากๆที่เกิดมาในครอบครัวมีความพร้อมทุกอย่างที่จะสนับสนุน ไม่ต้องดิ้นรนเหมือนนักเตะอีกหลายคน ซึ่งเส้นทางขรุขระฝ่าอุปสรรคมากมายกว่าจะประสบความสำเร็จได้

ลองนึกดูว่าหากสภาพครอบครัวไม่พร้อมหรือต้องต่อสู้ปากกัดตีนถีบด้วยตัวเอง คงยากมากๆที่จะก้าวขึ้นสู่ระดับสูงสุด

ตัวแปรเหล่านี้ช่วยผลักดันให้เขาพัฒนาฝีเท้าพรวดพราด เพียงแค่ 9 ขวบก็ฉายแววผุดผาด

ฮาแวร์ทซ์ โดดเด่นเหนือใครในทัวร์นาเมนต์ไกบ็อก-คัพ ที่เมืองโคโลญจน์ ท่ามกลางแมวมองจากทั่วเยอรมัน รวมทั้งหลายประเทศในยุโรปที่มาส่องฟอร์มข้างสนาม

พอจบเกมสเก๊าต์ทั้งหลายกรูกันเข้ามาหาโค้ชของ ฮาแวร์ทซ์ สอบถามรายละเอียดต่างๆ ช่องทางการติดต่อเพื่อดึงไปเข้าอะคาเดมี่ด้วย

ลองนึกภาพเด็กที่รูปร่างสูงใหญ่ แต่คล่องตัวว่องไว สกิลยอดเยี่ยม ไหนจะเล่นแบกอายุอีก

เหลือเพียงแค่การได้รับโอกาสดีๆและมีความอดทนเท่านั้น ประตูสู่ความเป็นซูเปอร์สตาร์เปิดอ้ารออยู่แล้ว

กระนั้นเพื่อยังได้อยู่ใกล้ชิดกับครอบครัวดูแลอย่างทั่วถึง สะดวกกับการเดินทางและไม่ต้องเร่งเด็กเกินไป พ่อจึงให้เข้าอะคาเดมี่ของอเลมานเนีย อาเค่นสโมสรใหญ่สุดในละแวกนั้น

เพราะรู้ดีว่าช่วงวัยนี้สำคัญมากๆ การจากบ้านไปไม่ใช่เรื่องจำเป็นนัก ควรค่อยๆให้รู้จักปรับตัวก่อนอย่างน้อยสัก 1 ปีน่าจะมีภูมิต้านทานมากพอ

ไม่ต้องสัยเลยว่า ฮาแวร์ทซ์ จะเดินไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง ฟอร์มร้อนแรงจนทั้งโบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัคและโคโลญจน์ติดต่อมา ส่วนเลเวอร์คูเซ่นมาช้ากว่าใคร

ฮาแวร์ทซ์

เช่นเคยครอบครัวของเขายังคงมีส่วนสำคัญในการตัดสินใจ ก่อนจะจิ้มไปที่เลเวอร์คูเซ่น นอกจากอยู่ไม่ไกลอาเค่นแล้ว ยังมีโครงสร้างที่ดีไล่ตั้งแต่ระบบเยาวชนไปจนถึงทีมชุดใหญ่ สถานะการเงินก็มั่นคง

พอ 11 ขวบ ฮาแวร์ทซ์ ถูกส่งไปฝึกซ้อมที่คอร์เทอคอตเท่น ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในศูนย์ฝึกเยาวชนที่ดีที่สุดของเยอรมัน

ที่นั่นเขาถูกเรียกว่า “อัลเลสเคินเนอร์” ในภาษาเยอรมันหมายความว่าครบเครื่องทุกกระบวน ทำอะไรก็ดีไปหมด คุณสมบัติเพียบพร้อมทุกอย่าง

เราจึงหายสงสัยได้เลยว่าทำไม ฮาแวร์ทซ์ ถึงถูกเปรียบว่ามีความเหมือนทั้ง โอซิล , บัลลัค และ โครส ซึ่งทั้ง 3 แข้งล้วนแต่เป็นกองกลางคนละสไตล์

อายุผ่าน 15 ปีมาไม่กี่เดือน เขาก็ได้รับไฟเขียวให้ขึ้นไปเล่นทีมยู-17 ของทัพห้างยา ซัลโวระเบิดถึง 18 ประตูทั้งที่ไม่ใช่กองหน้า คว้ารางวัลแข้งยอดเยี่ยมอันดับ 2 มาครอง

นอกจากนี้ยังเป็นคีย์แมนช่วยเลเวอร์คูเซ่นชุดดังกล่าวครองแชมป์ระดับยุโรปเป็นครั้งแรกในรอบ 25 ปีด้วย

ฮาแวร์ทซ์

ดังนั้นเวลาของ ฮาแวร์ทซ์ จึงมาถึงก่อนใครด้วยวัยเพียงแค่ 17 ปี กับอีก 126 วันก็ถูกเปลี่ยนลงมาเล่นในเกมบุนเดสลีกากับแวร์เดอร์ เบรเมน

4 เดือนถัดมาเขาทำแอสซิสต์แรกได้ อีกทั้งยังลงเล่นในลีกครบ 50 นัด เป็นแข้งอายุน้อยสุดในประวัติศาสต์ลูกหนังเยอรมันด้วย

กระทั่งฟอร์มของ ฮาแวร์ทซ์ มาพีกเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ยิงไปถึง 17 ประตูในบุนเดสลีกาและ 20 ประตูทุกรายการ

ตอนนี้ทั้งแมนฯยูไนเต็ด , เชลซี , ลิเวอร์พูล , บาเยิร์น มิวนิคและเรอัล มาดริด ต่างมายืนรอที่หัวบันไดกันเรียบร้อย

“ผมเรียนรู้จากพ่อแม่ให้ทำตัวง่ายๆ ไม่ต้องเย่อหยิ่งและผมไม่ได้ใส่ใจว่าตัวเองเป็นนักฟุตบอลมีชื่อเสียง เราก็คนปกติเหมือนกันนั่นแหล่ะ”

“แล้วจริงๆผมยังไม่ได้ประสบความสำเร็จเป็นแชมป์อะไรที่ผู้คนต้องยอมรับเลย แต่ผมตั้งใจจะพัฒนาตัวเองและทะเยอทะยานเพื่อก้าวไปข้างหน้า”

ฮาแวร์ทซ์

นี่คือแนวคิดของนักเตะอายุเพียงแค่ 21 ปี มันช่างน่าทึ่งมากๆ

ถ้าไม่ใช่เพราะแรงสนับสนุนจากครอบครัว จนทำให้เติบโตมาอย่างมีคุณภาพ ต่อให้คุณมีพรสวรรค์มากแค่ไหน ก็ไม่ได้หมายความทัศนคติจะดีตามไปด้วย

ปัจจุบันเวลาสโมสรใหญ่ๆทั้งหลายจะเซ็นสัญญาแข้งดาวรุ่งค่าตัวแพงๆ มักจะนำทัศนคติและรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆมาเป็นตัวชี้วัดตัดสินด้วย

ไม่อยากจะบอกว่าจับตาดูให้ดีอีกแล้ว เราควรฟันธงไปได้เลยว่า ไค ฮาแวร์ทซ์ จะก้าวสู่ความเป็นซูเปอร์สตาร์อย่างแน่นอน

ใครยังไม่เคยเห็นสไตล์การเล่นของ ไค ฮาแวร์ทซ์ ลองชมคลิปไฮไลท์นี้ดู แล้วตัดสินใจกันดูว่า เจ้าหนูคนนี้เก่งจริงหรือไม่

ฝากติดตามผลงานต่อๆไปของ ข่าวฟุตบอล hdfootball.net กันด้วยนะครับ